แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Transportation แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Transportation แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

E-logistics, Warehouse Automation และรถบรรทุกไร้คนขับ

E-logistics, Warehouse Automation และรถบรรทุกไร้คนขับ

เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเชื่อมต่อทุกส่วนของซัพพลายเชน โลจิสติกส์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียง “ขนส่งสินค้า” แต่กลายเป็นระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ระบบอัตโนมัติ และการตัดสินใจแบบเรียลไทม์

แนวคิดอย่าง E-logistics, Warehouse Automation และ รถบรรทุกไร้คนขับ จึงไม่ได้เป็นเรื่องอนาคตไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นทิศทางที่ค่อย ๆ เข้ามามีบทบาทในงานจริง


💻 E-logistics: โลจิสติกส์ที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล

E-logistics คือการนำระบบดิจิทัล มาเชื่อมต่อกระบวนการโลจิสติกส์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการรับคำสั่งซื้อ การวางแผนขนส่ง หรือการสื่อสารกับลูกค้า

จุดเด่นของ E-logistics ไม่ใช่เพียงความรวดเร็ว แต่คือ ความโปร่งใสและการเชื่อมโยงข้อมูล ระหว่างทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

  • สถานะคำสั่งซื้อที่ตรวจสอบได้
  • เอกสารขนส่งในรูปแบบดิจิทัล
  • การสื่อสารแบบเรียลไทม์
  • การลดงานเอกสารและขั้นตอนซ้ำซ้อน

🏭 Warehouse Automation: เมื่อคลังสินค้าเริ่มทำงานเอง

Warehouse Automation คือการนำระบบอัตโนมัติ เข้ามาช่วยในกระบวนการทำงานของคลังสินค้า ตั้งแต่การจัดเก็บ การหยิบสินค้า ไปจนถึงการแพ็กและเคลื่อนย้าย

ระบบอัตโนมัติในคลัง อาจอยู่ในรูปของ สายพาน หุ่นยนต์ AGV/AMR หรือระบบจัดเก็บอัตโนมัติ ที่ทำงานร่วมกับ WMS

  • ลดการพึ่งพาแรงงานในงานซ้ำ ๆ
  • เพิ่มความแม่นยำในการหยิบสินค้า
  • ลดอุบัติเหตุจากการทำงาน
  • รองรับปริมาณงานที่ผันผวนได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม การลงทุนใน Warehouse Automation ต้องพิจารณาความคุ้มค่า และความเหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ ไม่ใช่ทุกคลังสินค้าที่จำเป็นต้องอัตโนมัติเต็มรูปแบบ


🚚 รถบรรทุกไร้คนขับ: อนาคตที่ยังต้องใช้เวลา

รถบรรทุกไร้คนขับ มักถูกพูดถึงในฐานะเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโฉมโลจิสติกส์ โดยเฉพาะในด้านต้นทุนและความปลอดภัย

ในทางปฏิบัติ การใช้งานยังอยู่ในช่วงทดสอบ และมักจำกัดในพื้นที่เฉพาะ เช่น เส้นทางปิด หรือการขนส่งระยะสั้น

  • ลดการพึ่งพาคนขับในระยะยาว
  • เพิ่มความสม่ำเสมอในการขับขี่
  • ยังต้องพึ่งพากฎหมายและโครงสร้างพื้นฐาน
  • ต้องใช้เวลาสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย

รถบรรทุกไร้คนขับ จึงเป็นเทคโนโลยีที่ “มีศักยภาพสูง” แต่ยังไม่ใช่คำตอบทันทีสำหรับทุกองค์กร


📌 สรุป

E-logistics, Warehouse Automation และรถบรรทุกไร้คนขับ สะท้อนทิศทางเดียวกันของซัพพลายเชนยุคใหม่ นั่นคือ การลดงานซ้ำ เพิ่มการใช้ข้อมูล และพึ่งพาระบบอัตโนมัติมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องของการแทนที่มนุษย์ แต่เป็นการออกแบบระบบ ให้มนุษย์ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในโลกที่ซัพพลายเชนซับซ้อนขึ้นทุกวัน

ซีรีส์: เทคโนโลยีใหม่ในสายซัพพลายเชน
บทความนี้เป็นตอนที่ 3 (ตอนจบ)

วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

บทบาทของโลจิสติกส์ใน Net Zero Supply Chain

บทบาทของโลจิสติกส์ใน Net Zero Supply Chain

เมื่อองค์กรเริ่มตั้งเป้าหมาย Net Zero คำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า “เราตั้งเป้าไว้หรือยัง” แต่อยู่ที่ว่า เราวัดผลและรายงานได้จริงแค่ไหน

ในภาพรวมของซัพพลายเชน โลจิสติกส์คือหนึ่งในจุดที่มีการปล่อยคาร์บอนจริงมากที่สุด และในขณะเดียวกัน ก็เป็นจุดที่สามารถเก็บข้อมูล เพื่อนำไปคำนวณและรายงานได้ชัดเจนที่สุด

🌍 Net Zero Supply Chain ไม่ได้หมายถึง “ไม่มีการปล่อย”

Net Zero ไม่ได้หมายความว่าองค์กรจะไม่ปล่อยคาร์บอนเลย แต่หมายถึงการรู้ว่า ปล่อยตรงไหน เท่าไร และลดได้อย่างไร ส่วนที่ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องมีการชดเชยอย่างมีเหตุผล และสามารถอธิบายที่มาของตัวเลขได้

ดังนั้น Net Zero Supply Chain จึงไม่ใช่แค่เรื่องนโยบาย แต่เป็นเรื่องของ ข้อมูล การวัดผล และความโปร่งใส

🚚 โลจิสติกส์: จุดที่ปล่อยจริง และต้องวัดจริง

หากพิจารณาในเชิงปฏิบัติ กิจกรรมโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยคาร์บอนโดยตรง ได้แก่

  • การขนส่งสินค้า (ระยะทาง ประเภทยานพาหนะ เชื้อเพลิง)
  • การใช้พลังงานในคลังสินค้า
  • การจัดเส้นทางและการวิ่งรถเปล่า
  • การบรรจุหีบห่อและการจัดการของเสีย

ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่ข้อมูลเชิงนโยบาย แต่เป็นข้อมูลจากการทำงานจริงในแต่ละวัน ซึ่งสามารถนำไปใช้คำนวณการปล่อยคาร์บอนในระดับกิจกรรมได้

📊 Net Zero ต้องเริ่มจาก “รายงานที่ตรงความจริง”

หนึ่งในความท้าทายสำคัญของ Net Zero Supply Chain คือการจัดทำรายงานที่สะท้อนความเป็นจริง ไม่ใช่เพียงตัวเลขที่สวยงามในเอกสาร

สำหรับงานโลจิสติกส์ รายงานที่มีความหมายต้องอ้างอิงจากข้อมูลจริง เช่น

  • ระยะทางขนส่งจริง ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยโดยประมาณ
  • การใช้เชื้อเพลิงตามประเภทการขนส่ง
  • การแยก Scope การปล่อยคาร์บอนอย่างชัดเจน
  • ข้อมูลจากผู้ให้บริการขนส่ง ไม่ใช่การคาดเดา

หากข้อมูลเหล่านี้ไม่ครบถ้วน รายงาน Net Zero จะขาดความน่าเชื่อถือ และอาจกลายเป็นความเสี่ยงด้าน ESG โดยไม่ตั้งใจ

🔗 โลจิสติกส์คือสะพานเชื่อม ESG กับการปฏิบัติจริง

ในหลายองค์กร เป้าหมาย ESG ถูกกำหนดในระดับผู้บริหาร แต่ความสำเร็จหรือความล้มเหลว กลับขึ้นอยู่กับข้อมูลจากหน่วยงานปฏิบัติ

โลจิสติกส์จึงทำหน้าที่เป็น “สะพาน” ระหว่างเป้าหมายด้านความยั่งยืน กับตัวเลขที่สามารถตรวจสอบได้จริง

📌 สรุป

บทบาทของโลจิสติกส์ใน Net Zero Supply Chain ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลดการปล่อยคาร์บอน แต่รวมถึงการเก็บข้อมูล การวัดผล และการจัดทำรายงานที่สะท้อนความเป็นจริง

องค์กรที่ให้ความสำคัญกับโลจิสติกส์ในมิตินี้ จะไม่เพียงแค่ตั้งเป้า Net Zero ได้ แต่ยังสามารถอธิบาย เสริมความเชื่อมั่น และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์:
โลจิสติกส์กับความยั่งยืน (Logistics & Sustainability)

วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569

ESG กับการเลือกซัพพลายเออร์: องค์กรควรดูอะไรบ้าง?

ESG กับการเลือกซัพพลายเออร์: องค์กรควรดูอะไรบ้าง?

เมื่อ ESG กลายเป็นหนึ่งในกรอบคิดสำคัญของการดำเนินธุรกิจ การบริหารซัพพลายเชนจึงไม่ได้จบลงแค่การต่อรองราคา หรือการส่งมอบตรงเวลาอีกต่อไป

องค์กรจำนวนมากเริ่มตระหนักว่า “ซัพพลายเออร์” คือส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์และความเสี่ยงของธุรกิจ หากซัพพลายเออร์มีปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน หรือธรรมาภิบาล ผลกระทบเหล่านั้นสามารถย้อนกลับมาส่งผลต่อองค์กรได้โดยตรง

🔍 ESG เปลี่ยนเกณฑ์การเลือกซัพพลายเออร์อย่างไร

ในอดีต เกณฑ์การคัดเลือกซัพพลายเออร์มักพิจารณาจาก ราคา คุณภาพ และความสามารถในการส่งมอบเป็นหลัก แต่ในบริบทของ ESG องค์กรเริ่มเพิ่มมุมมองด้านความยั่งยืนเข้าไป

มิติ ESG สิ่งที่องค์กรควรพิจารณา
Environment การปล่อยคาร์บอน การใช้พลังงาน การจัดการของเสีย และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
Social สภาพการจ้างงาน ความปลอดภัยแรงงาน สิทธิมนุษยชน และแรงงานในห่วงโซ่อุปทาน
Governance ความโปร่งใส การปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน

🏭 ตัวอย่างแนวปฏิบัติจากบริษัทใหญ่ในประเทศไทย

หลายองค์กรขนาดใหญ่ในประเทศไทยเริ่มนำ ESG มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารซัพพลายเชนอย่างเป็นรูปธรรม

  • กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี
    บริษัทในกลุ่มนี้มักกำหนดให้ซัพพลายเออร์ต้องปฏิบัติตาม Supplier Code of Conduct ครอบคลุมประเด็นสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย และจริยธรรม
  • กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
    มีการประเมินซัพพลายเออร์ด้านแรงงาน สภาพการทำงาน และการใช้วัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้บริโภค
  • กลุ่มค้าปลีกและโลจิสติกส์
    เริ่มให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนในกระบวนการขนส่ง และการทำงานร่วมกับผู้ให้บริการที่มีนโยบายด้านความยั่งยืนชัดเจน

📋 องค์กรควรเริ่มต้นอย่างไร หากอยากใช้ ESG ในการเลือกซัพพลายเออร์

  • กำหนดเกณฑ์ ESG ขั้นพื้นฐานที่ซัพพลายเออร์ต้องปฏิบัติตาม
  • สื่อสารความคาดหวังด้าน ESG ให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
  • ประเมินและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงครั้งเดียว
  • ทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อพัฒนา ไม่ใช่เพียงคัดออก

🌱 ESG กับซัพพลายเออร์ คือการเติบโตร่วมกัน

การนำ ESG มาใช้ในการเลือกซัพพลายเออร์ ไม่ควรถูกมองว่าเป็นภาระหรืออุปสรรค แต่คือโอกาสในการยกระดับทั้งซัพพลายเชน ให้มีความโปร่งใส แข็งแรง และยั่งยืนมากขึ้น

ในระยะยาว องค์กรที่สามารถสร้างเครือข่ายซัพพลายเออร์ ที่เติบโตไปด้วยกันภายใต้กรอบ ESG จะมีความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยง และการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจได้ดีกว่า

📌 สรุป

ESG ไม่ได้เปลี่ยนแค่ภาพลักษณ์องค์กร แต่เปลี่ยนวิธีคิดในการเลือกซัพพลายเออร์อย่างมีนัยสำคัญ จากการมองเพียงต้นทุน ไปสู่การมองความยั่งยืนของทั้งห่วงโซ่อุปทาน

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์:
โลจิสติกส์กับความยั่งยืน (Logistics & Sustainability)

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569

ESG มีผลอย่างไรกับสายซัพพลายเชน?

ESG มีผลอย่างไรกับสายซัพพลายเชน?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า ESG ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในรายงานประจำปี หรือการประเมินนักลงทุนอีกต่อไป แต่เริ่มส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินงานจริง โดยเฉพาะใน สายซัพพลายเชน ที่เชื่อมโยงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจำนวนมาก

องค์กรจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า “ซัพพลายเชนของเราสอดคล้องกับหลัก ESG มากน้อยแค่ไหน?” เพราะความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล สามารถย้อนกลับมาส่งผลต่อธุรกิจได้โดยตรง

🌍 ESG คืออะไร (ในมุมของซัพพลายเชน)

ESG ย่อมาจาก Environment, Social และ Governance ซึ่งเมื่อมองในบริบทของซัพพลายเชน ไม่ได้หมายถึงเพียงนโยบายระดับองค์กร แต่รวมถึงการดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

มิติ ESG ผลต่อซัพพลายเชน
Environment การปล่อยคาร์บอน การใช้พลังงาน การจัดการของเสีย และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขนส่ง
Social สภาพการจ้างงาน ความปลอดภัยแรงงาน สิทธิมนุษยชนในซัพพลายเออร์
Governance ความโปร่งใส การปฏิบัติตามกฎหมาย และการบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน

🔗 ทำไมซัพพลายเชนถึงเป็นหัวใจของ ESG

ซัพพลายเชนเป็นส่วนที่องค์กรควบคุมได้ยากที่สุด แต่กลับเป็นส่วนที่สร้างผลกระทบมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการเลือกผู้ขาย การขนส่ง หรือการจัดการคลังสินค้า

หากซัพพลายเออร์รายใดมีปัญหาด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ผลกระทบเหล่านั้นสามารถย้อนกลับมาสร้างความเสียหายต่อแบรนด์ได้โดยตรง

📦 ตัวอย่างผลกระทบ ESG ต่อการตัดสินใจในซัพพลายเชน

  • การคัดเลือกซัพพลายเออร์จากมาตรฐาน ESG ไม่ใช่เพียงราคา
  • การปรับรูปแบบขนส่งเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน
  • การติดตามข้อมูลและความโปร่งใสตลอดห่วงโซ่อุปทาน
  • การประเมินความเสี่ยงเชิงสิ่งแวดล้อมและสังคมล่วงหน้า

🌱 ESG ไม่ใช่ภาระ แต่คือโอกาส

แม้ในช่วงเริ่มต้น ESG อาจถูกมองว่าเพิ่มต้นทุนหรือความซับซ้อน แต่ในระยะยาว องค์กรที่ปรับซัพพลายเชนให้สอดคล้องกับ ESG มักมีความยืดหยุ่นสูงกว่า และรับมือกับความเสี่ยงได้ดีกว่า

สำหรับสายโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ESG จึงไม่ใช่เพียง “ข้อกำหนดจากภายนอก” แต่เป็นกรอบคิดที่ช่วยให้การดำเนินงาน เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

📌 สรุป

ESG ส่งผลต่อสายซัพพลายเชนในทุกมิติ ตั้งแต่การเลือกผู้ขาย การขนส่ง ไปจนถึงการบริหารความเสี่ยง องค์กรที่เข้าใจและปรับตัวได้เร็ว จะสามารถสร้างความได้เปรียบ และความเชื่อมั่นในโลกธุรกิจยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์:
โลจิสติกส์กับความยั่งยืน (Logistics & Sustainability)

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569

ขนส่งแบบไหนลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ได้มากที่สุด?

ขนส่งแบบไหนลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ได้มากที่สุด?

ในยุคที่ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนถูกพูดถึงมากขึ้น ภาคโลจิสติกส์ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำคัญ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรับตัว

คำถามที่หลายองค์กรเริ่มตั้งคือ “การขนส่งรูปแบบใดช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ได้มากที่สุด?” คำตอบอาจไม่ใช่เพียงการเลือกยานพาหนะที่ปล่อยคาร์บอนต่ำที่สุด แต่ยังเกี่ยวข้องกับระยะทาง ปริมาณสินค้า และการวางแผนทั้งระบบ

🚚 รูปแบบการขนส่งกับการปล่อยคาร์บอน

โดยทั่วไป การขนส่งแต่ละรูปแบบมีระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แตกต่างกัน หากพิจารณาในแง่ของการปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยสินค้า สามารถเรียงลำดับจากต่ำไปสูงได้ดังนี้

รูปแบบการขนส่ง การปล่อยคาร์บอนโดยประมาณ ลักษณะการใช้งาน
ทางเรือ ต่ำมาก ขนส่งปริมาณมาก ระยะไกล
ทางราง ต่ำ ขนส่งระยะกลาง–ไกล มีเส้นทางชัดเจน
รถบรรทุก ปานกลาง–สูง ยืดหยุ่น ส่งถึงปลายทาง
ทางอากาศ สูงมาก เร่งด่วน มูลค่าสูง

🌱 แล้วแบบไหน “ลดคาร์บอน” ได้มากที่สุด?

หากพิจารณาเฉพาะตัวเลขการปล่อยคาร์บอน การขนส่งทางเรือและทางราง ถือเป็นรูปแบบที่ปล่อยคาร์บอนต่ำที่สุดต่อหน่วยสินค้า โดยเฉพาะเมื่อใช้ในการขนส่งสินค้าปริมาณมาก

อย่างไรก็ตาม ในโลกความเป็นจริง การขนส่งมักไม่ใช้เพียงรูปแบบเดียว แต่เป็นการผสมผสานหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน หรือที่เรียกว่า Multimodal Transport ซึ่งช่วยลดการใช้รถบรรทุกในระยะทางยาว และลดการปล่อยคาร์บอนโดยรวมได้อย่างมีนัยสำคัญ

📦 ปัจจัยอื่นที่ช่วยลดคาร์บอนในงานขนส่ง

  • การวางแผนเส้นทางให้มีประสิทธิภาพ ลดการวิ่งรถเปล่า
  • การรวมเที่ยวขนส่ง (Consolidation)
  • การใช้รถพลังงานไฟฟ้า หรือเชื้อเพลิงทางเลือก
  • การเลือกผู้ให้บริการขนส่งที่มีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม

📌 สรุป

ไม่มีรูปแบบการขนส่งใดที่ “ดีที่สุด” สำหรับทุกสถานการณ์ แต่หากเป้าหมายคือการลดคาร์บอนฟุตพริ้นต์ การเลือกใช้รูปแบบขนส่งที่เหมาะสมกับลักษณะสินค้า ร่วมกับการวางแผนซัพพลายเชนอย่างรอบคอบ คือกุญแจสำคัญของโลจิสติกส์ที่ยั่งยืน

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์:
โลจิสติกส์กับความยั่งยืน (Logistics & Sustainability)

วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2567

รวมคําศัพท์ทางการค้าและการส่งออก International trade vocab (7)

 

มาต่อคำศัพท์ ตอนนี้ตอนที่ 7
ที่มา: Dictionary International Trade - DFT



CIF: Cost Insurance and Freightมูลค่าของสินค้าบวกด้วย
ค่าประกันภัย และค่าขนส่งถึงด่านศุลกากรที่นำาสินค้านั้นเข้าราชอาณาจักร
ที่ต้องจ่ายให้กับผู้ขาย/ส่งออก โดยผู้ขาย/ส่งออก เป็นผู้จ่ายต้นทุนค่าขนส่ง
และค่าประกันตามสินค้าตามที่จำาเป็นในการส่งออกไปยังท่าเรือปลายทาง

CIF.Price :ราคาCIF = ราคา FOB + ค่าประกัน + ค่าระวางเรือ (ราคา
สินค้า ณ ท่าเรือปลายทางที่รวมค่าประกันและค่าระวางเรือไว้ด้วย)

CIM: The Convention on the Contract for the International
Carriage of Goods by Roadอนุสัญญาว่าด้วยการขนส่งระหว่าง
ประเทศทางรถไฟ ค.ศ. 1970

CIP: Carriage and Insurance Paid To เป็นเทอมหนึ่งของ
สัญญามาตรฐานอินโคเทอม โดยเทอมนี้หน้าที่ของผู้ขายจะคล้ายกับเทอม

CPT แต่เพียงเพิ่มภาระหน้าที่ในการจัดหาและจัดทำาประกันภัยเพิ่มขึ้น

CIQ: China Entry – Exit Inspection and Quarantineหน่วย
งานย่อยของ AQSIQ ของจีน มีจำานวน 35 แห่ง ณ ด่านนำาเข้า-ส่งออก
ทั่วประเทศ ทำาหน้าที่ตรวจสอบสินค้า

Circumvention :การแอบอ้างแหล่งกำาเนิดสินค้า คือ การนำาสินค้าจาก
ประเทศอื่นมาแอบอ้างแหล่งกำาเนิดของอีกประเทศหนึ่งแล้วส่งออก เพื่อ
หลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้า หรือ เพื่อให้ได้สิทธิพิเศษทางการค้าภายใต้
ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Area : FTA) หรือ ระบบสิทธิพิเศษ
ทางภาษีศุลกากร (Generalization System pf Preferences : GSP)

Chemical Weapon :อาวุธเคมี หมายถึง อาวุธที่ใช้สารเคมีในการ
ทำาลายล้าง

มีอีกเพียบ ติดตามได้ตอนต่อๆ ไป



อ่านต่อ รวมบทความที่เกี่ยวข้อง >> International Trade

วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2567

รวมคําศัพท์ทางการค้าและการส่งออก International trade vocab (6)

 

มาต่อคำศัพท์กันดีกว่า ตอนนี้ตอนที่ 6 แล้ว
ที่มา: Dictionary International Trade - DFT

Change of Tariff Classification
การดำเนินการใช้กฎถิ่นกำเนิด
สินค้า โดยอาศัยหลักเกณฑ์ในการเปลี่ยนแปลงพิกัดอัตราศุลกากร

Charter Party การขนส่งโดยการเช่าเรือ หรือสัญญาเช่าเรือ

Charter Party by Demiseสัญญาเช่าเรือโดยผู้เช่ามีสิทธิในเรือ
เสมือนเจ้าของเรือ

Charter :กฎบัตร หนังสือสัญญาก่อตั้ง เป็นหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ
มีข้อผูกพันแน่นอน เช่น กฎบัตรสหประชาชาติ

Charterer :ผู้เช่าเรือ
Chemical Precursor :สารตั้งต้นซึ่งใช้ในการนำไปผลิตสารเสพติด

Chemical Weapon :อาวุธเคมี หมายถึง อาวุธที่ใช้สารเคมีในการ
ทำาลายล้าง

ขอระบายหน่อย
หลังจากที่ได้มีโอกาสไปอบรม self-certification กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดที่กรมศุลกากรมา ก็รู้สึกว่าสายงานนี้ช่างซับซ้อน ที่ว่าซับซ้อนคือตอนจะขอใช้สิทธิพิเศษต่างๆ ทางด้านภาษีนี่ล่ะ ตอนจะเก็บเราล่ะง่ายจริงๆ พอเราจะใช้สิทธิขอคืน หรือขอยกเว้นบ้าง เงื่อนไขงี้เพียบเป็นกระบุงเลย 

ใครทำงานสายงานนี้มีข้อมูลมาอัพเดท หรือมาแบ่งปันกันบ้างนะคะ 

ขอบคุณค่ะ

วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2567

รวมคําศัพท์ทางการค้าและการส่งออก International trade vocab (5)

 



ที่มา: Dictionary International Trade - DFT

ทบทวนคำศัพท์กันต่อ

Back to Back
การออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแก่สินค้าส่งผ่านภายใต้ความตกลงการค้าเสรีเดียวกันโดยประเทศสมาชิกคนกลางที่สินค้าถูกส่งผ่านออกให้แก่ผู้ส่งออกเพื่อส่งให้ลูกค้านำไปแสดงต่อศุลกากรในประเทศสมาชิกผู้นำเข้าปลายทางในการขอลดภาษีศุลกากรนำเข้า

Back to Back C/O
หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่ออกโดยประเทศ
สมาชิกผู้ส่งออกสินค้าที่เป็นคนกลางโดนออกตามหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่ออกโดยประเทศสมาชิกผู้ส่งออกประเทศแรก


(Balance of Trade)
หมายถึงส่วนต่างระหว่างมูลค่าของสินค้านำเข้าและสินค้าส่งออกของประเทศในแต่ละปี

BAP: Best Aquaculture Practice Standard
เป็นมาตรฐานการรับรองความปลอดภัยทางอาหารที่ได้มาจากการเพาะเลี้ยงกุ้งหรือโรงงานผลิตอาหารสัตว์นำเข้าที่กำหนดขึ้นโดนสถาบันAquacultureCertificationCouncil(ACC)

BBC: Brand – to – Brand Complementation Scheme
โครงการเปิดให้เอกชนที่ผลิตรถยี่ห้อในอาเซียนแบ่งผลิตและแลกเปลี่ยนชิ้นส่วนรถยนต์เฉพาะยี่ห้อและรุ่นเดียวกันระหว่างกันโดยรับส่วนลดภาษี50%และให้ถือว่าชิ้นส่วนที่ผลิตจากโครงการเป็นชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศผู้นำเข้าปัจจุบันโครงการนี้ล้มเลิกไปโดยปริยายเนื่องจากการจัดตั้งโครงการAICO

Beneficiary
ผู้รับประโยชน์ตามเลตเตอร์ออฟเครดิต/ผู้ขายสินค้า(ผู้ส่งสินค้า)(พบในเอกสารเกี่ยวกับการเงินและ L/C)

พบกับคำศัพท์เพิ่มเติมได้ตอนหน้าจ้า
บายย
see ya


วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

รวมคําศัพท์ทางการค้าและการส่งออก International trade vocab (4)

 `


หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสำหรับสินค้าหัตถกรรม ซึ่งควรจะได้นำมาเขียนตอนที่แล้ว แต่เลือกนำพวกใบตราส่งสินค้าต่างๆ มาลงก่อน
เนื่องจากอยากให้เป็นคำศัพท์แรกๆ ให้ได้ทบทวนกัน เพราะเอกสารสำหรับขอหนังสือรับรองฯต่างๆเราต้องได้เอกสารเหล่านั้นมาก่อนเสียเป็นส่วนใหญ่ 

คำศัพท์

C/O HANDICRAFTS EC Form :
หนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าสําหรับสินค้าหัตถกรรม (Certificate in Regard to Certain Handicraft Product) เป็นหนังสือรับรองที่ออกให้ผู้ส่งออกสําหรับสินค้าหัตถกรรมตามรายงานที่กําหนดไว้ในระเบียบการใช้สิทธิพิเศษทางการค้าของสหภาพยุโรปซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีขาเข้า

C/O HANDICRAFTS Form :
หนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าสําหรับสินค้าหัตถกรรม (Certificate in Regard to Certain Handicraft Product)
เป็นหนังสือรับรองที่ออกให้ผู้ส่งออกสําหรับสินค้าหัตถกรรมภายใต้สิทธิพิเศษไปยังประเทศญี่ปุ่นและแคนาดา

C/O HANDLOOM Form :
หนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าสําหรับสินค้า
หัตถกรรม (Certificate in Regard to Certain Handicraft Product)
เป็นหนังสือรับรองที่ออกให้ผู้ส่งออกสําหรับสินค้าผ้าไหมและผ้าฝ้ายที่ทอด้วยมือตามระเบียบการให้สิทธิพิเศษทางการค้าของสหภาพยุโรปซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีขาเข้า

C/O ICO Form :
คําขอหนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้ากาแฟตามแบบของ International Coffee Organization

C/O JTEPA Form :หนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าแบบเจเทปปาเป็นหนังสือรับรองที่ออกให้แก่ผู้ส่งออกเพื่อใช้ในการขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทยญี่ปุ่น (JTEPA)

ที่มาDictionary International Trade - DFT

เพิ่มเติมนะ
หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า แบบที่ใช้ขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลงอะไรก็ตาม ขอให้พวกเราหมั่นติดตามข่าวสาร เรื่องการเปลี่ยนแปลง ข้อตกลง หรือมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบฟอร์มต่างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นประโยชน์ของตัวเราเอง และองค์กรของเรา
ไม่ให้เสียสิทธิประโยชน์ เพียงเพราะเราพลาดท่าเสียที รู้ไม่ทันเขา

ขอขอบคุณที่ติดตาม
ครั้งหน้ายังมี คำศัพท์ที่สำคัญๆ มาให้อ่านกันอีก รอติดตามกันได้จ้ะ

วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2566

รวมคําศัพท์ทางการค้าและการส่งออก International trade vocab (3)

 


รวมคําศัพท์ทางการค้าและการส่งออก(3)

ที่มา: Dictionary International Trade - DFT


Authorization Lists: Candidate List of Substances of
Very High Concern for Authorization
บัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายที่ถูกคัดเลือกจากCandidateListsแล้วภายใต้ระเบียบ
REACHซึ่งการจะใช้สารเคมีเหล่านี้ต้องขออนุญาตเป็นการเฉพาะอย่างเท่านั้น

Authorization to Reimburse
หนังสือการให้สิทธิใช้เงินคืนAvailable withธนาคารที่L/Cระบุให้ขึ้นเงินได้ (พบในเอกสารเกี่ยวกับการเงินและL/C)

Average Clause
ข้อกำหนดเกี่ยวกับการเฉลี่ยความเสียหาย

AWB: Airway Bill
ใบกำกับสินค้าทางอากาศ

Bilateralism
ระบบทวิภาคี

B/L: Bill of Lading
ใบตราส่งสินค้าทางเรือ

วันนี้เอาไปเท่านี้ก่อน ครั้งหน้ามาต่อศัพท์ยากๆอีก ;)

ขอเพิ่มเติม ให้ว่าบางครั้งเวลาเราได้คุยอีเมล์กับทางลูกค้าต่างประเทศ
หรือแม้แต่กับผู้ให้บริการ freight forwarder ของเราเป็นภาษาอังกฤษ
เราอาจจะได้พบกับตัวย่อของคำศัพท์ต่างๆ แตกแขนง แตกการใช้ออกมาอีก
เช่น
OBL : Original Bill of Lading  ก็คือใบตราส่งสินค้าฉบับจริง หรือตัวต้นฉบับนั้นเอง
P/L : Packing list ใบบรรจุหีบห่อ 

เป็นต้น 

ในหลายๆคำ นอกจากจะหาอ่านจากตำราแล้ว เราก็จะได้เรียนรู้ และจดจำจากการ
ทำงานอยู่ทุกๆวันของเรานั่นเอง และเราก็จะเคยชินจนสามารถนำไปประยุกต์ในชีวิตประจำวันหรือการงานต่างๆของเราได้อย่างไม่ติดขัดอีกต่อไป

บทความรวมคำศัพท์ทางการค้าและการส่งออกยังไม่จบง่ายๆ เพราะยิ่งทำงานทุกวัน
เจอคำศัพท์ยากๆมาก็เยอะ อยากศึกษาเพิ่มเติมไปพร้อมกับแบ่งปันเพื่อนๆ ร่วมสายงาน
ยังไงติดตามต่อได้ รวมคำศัพท์ฯตอน 4 ครั้งหน้า

บายยย 
see ya!




 

วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

รวมคําศัพท์ทางการค้าและการส่งออก International trade vocab (1)



จากประสบการณ์ทำงานสายโลจิสติกส์มาระยะนึง โดยที่ก่อนเข้ามาทำงานสายนี้ไม่ค่อยมีความรู้ด้านการค้า การส่งออกมากนักเนื่องจากไม่ได้เรียนจบมาในสาขานี้แต่พอได้มีโอกาสมาทำก็รู้สึกว่าเป็นอีกสายงานนึงที่ต้องมีความรู้เฉพาะด้านอยู่เหมือนกันครั้งนี้จึงอยากเผยแพร่ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศและการนำเข้า-ส่งออก มารวบรวมไว้เพื่อเป็นประโยชน์ และเป็นเสมือนการได้ทบทวนความรู้ในการทำงานควบคู่ไปด้วย

บทความแรกนี้ขอนำคำศัพท์ที่ใช้บ่อย และควรรู้ในการทำการค้าระหว่างประเทศมาให้ได้อ่านกัน คำศัพท์เหล่านี้เราจะได้พบแน่ๆ ในเอกสารสำคัญต่างๆ ของการค้าขายระหว่างประเทศ เจอกันแบบเป็นห่วงลูกโซ่ ตั้งแต่สัญญาซื้อขาย การส่งออก การเงิน การธนาคาร ไปจนจบกระบวนการซื้อขาย และรับมอบสินค้าที่ปลายทาง
หนังสือรับรองถิ่นกำเนิด มีแบบทั้งใช้เพื่อขอรับสิทธิพิเศษทางด้านภาษีและใช้รับรองถิ่นกำเนิดแบบทั่วไป ตัวย่อ และคำศัพท์มีดังนี้

รวมคําศัพท์ทางการค้าและการส่งออก (1)


C/O (Certificate of Origin) :
หนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้า มีหลายชนิดทั้งแบบที่ใช้เพื่อขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร เช่น ฟอร์ม A, ฟอร์ม D, ฟอร์ม E, ฟอร์ม FTA, ฟอร์ม GSTP เป็นต้น และแบบทั่วไปที่ใช้รับรองถิ่นกําเนิดของสินค้าเท่านั้น ไม่สามารถใช้เพื่อขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีได้ ได้แก่ หนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าทั่วไป (Form C/O ทั่วไป) หนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่ส่งออกไปยังสหภาพยุโรป (Certificate of Origin for Textile Products) และหนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าไปเม็กซิโก (ANEXO II)

C/O ANEXO II Form :
หนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้าไปเม็กซิโก


C/O Form A :
หนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้า แบบเอ เป็นหนังสือรับรองที่ออกให้แก่ผู้ส่งออกเพื่อใช้ในการขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไปหรือ GSP โดยจะได้รับสิทธิยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีขาเข้าสําหรับสินค้าที่ส่งออกไปยังประเทศผู้ให้สิทธิพิเศษ GSP ได้แก่ สหภาพยุโรป แคนาดา ญี่ปุ่น นอร์เวย์ สวิตเซอร์แลนด์ ประชาคมรัฐอิสระ (CIS)

C/O Form D :
หนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้า แบบดี เป็นหนังสือรับรองที่ออกให้แก่ผู้ส่งออกเพื่อใช้ในการขอรับสิทธิพิเศษตามความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement) สําหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA: Asean Free Trade Area) ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า กัมพูช

C/O Form E :
หนังสือรับรองถิ่นกําเนิดสินค้า แบบอี เป็นหนังสือรับรองที่ออกให้แก่ผู้ส่งออกเพื่อใช้ในการขอรับสิทธิพิเศษตามความตกลงว่าด้วยเขตการค้าเสรีอาเซียน สําหรับสินค้าที่ส่งไปจีน

สำหรับบทความนี้ขอนำเสนอเพียงเท่านี้ก่อน พบกับคำศัพท์ฟอร์มหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดพิ่มเติมได้ในบทความหน้า 

ที่มา: Dictionary International Trade - DFT